Tuesday, September 4, 2018

“เช้าค่ำเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา” ทำงานทั้งวันได้พันห้า เดินไปเดินมารับห้าพัน

สวัสดีมิตรสหาย

โลกได้วิวัฒนาการก้าวหน้าตลอดระยะเวลาของประวัติศาสตร์ ที่ปัจจุบันได้ก้าวสู่พลังการผลิตก้าวสู่ยุคโลกาภิวัตน์ พลังการผลิตสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 พลังขับเคลื่อนที่สำคัญคือเกิดจากพลังปัจเจกเสรีขน    เพราะฉะนั้นชาติที่มีระบอบการเมืองการปกครอง ก้าวสู่ประชาธิปไตยได้ก่อนจึงก้าวกระโดดสู่สังคมที่ก่อเกิดความสัมพันธ์การผลิต  ที่ทำให้ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หากคนไทยจะเราไม่รู้จักเรียนรู้ความเป็นมาของสังคมของเรา ก็เปรียบเหมือนปลาไม่รู้จักน้ำ นกบินอยู่ในอากาศไม่รู้จักท้องฟ้าประเทศไทยของเราภายใต้การปกครองเผด็จการศักดินามายาวนาน ในขณะที่ประเทศที่เจริญแล้วในยุโรป ได้วิวัฒนาการจากทุนการค้า สู่ระบอบทุนนิยม สู่การเป็นจักรวรรดินิยมขยายอำนาจการปล้นชิงชาวโลก

ฝรั่งเศสได้ส่งเรือปืนสองลำมาปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยา สมัย ร. 4   ไม่กล้าต่อสู้ยอมเซ็นสัญญาเบาว์ริ่ง ตกเป็นเมืองขึ้นยุคสมัยใหม่ ที่จักรวรรดินิยมใช้แสนยานุภาพข่มขู่ปล้นชิงประเทศที่อ่อนเอโดยไม่ต้องส่งกองทัพเสียค่าใช้จ่ายมากเข้ายึดครองทำให้คนไทยถูกขี่คอรับน้ำหนักชนชั้นปกครอง ที่มีต่างชาติขี่คออีกชั้นหนึ่ง จึงต้องยากลำบากยากจนมากขึ้นสองเท่าโดยไม่รู้สาเหตุเพราะขาดความสำนึกทางชนชั้น แต่กลับมีความสำนึกเทียมที่เทิดทูลชนชั้นปกครอง ต่อต้านต่างชาติ เจ็บแค้นต่อสู้แทนเจ้านาย ที่ถูกครอบงำด้วยวัฒนะธรรมความคิดศักดินา ที่ซึมลึกเข้ากระดูกจองจำการก่อเกิดสำนึกความเป็นมนุษย์เสรีชน

ในสภาวะท่ามกลางการพัฒนาการทางสังคม เสรีชนบางส่วนที่ตื่นรู้ ได้ปลุกให้คนไทยได้ตื่นรู้ไม่ให้คนไทยหลงชนชั้น และชี้ให้เห็นชนชั้นปกครองศักดินา ไม่มีความคิดปลดปล่อยพลังสังคมให้ก้าวหน้า แต่กลับกระชับอำนาจให้ทายาทชนชั้นปกครองขยายเครือข่ายทายาทให้มากขึ้น ได้สร้างค่านิยมการมีนางบำเรอเพื่อได้สมสู่มากขึ้น ที่ได้บันทึกในหนังสือโบราณคดีว่า

“เช้าค่ำเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา”


ซึ่งเป็นพฤติกรรมของชนชั้นปกครองปลุกฝังให้เกิดค่านิยมของอภิสิทธิชนของกลุ่มอำมาตย์ศักดินา   เพื่อขยายเผ่าพันธ์ุ อำมาตย์ชั้นรองลงมา  มักจะจับคนรับใช้หญิงตกเป็นทาสน้ำกามในครัวเรือนด้วยการร้อยก้น

จากค่านิยมวัฒนะธรรมศักดินาฝังแน่น มอมเมาเป็นโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นร้อยรัด ให้ประชาชนไทยสยบยอมรับใช้ยอมรับให้ได้ผลประโยชน์จากระบบอุปถัมภ์ของผู้มีอำนาจ แต่ก็มีผู้ตื่นรู้ต่อต้านไม่สยบยอมระบอบอำนาจศักดินาที่ได้ใช้อำนาจขี่คอ ปล้นชิง ได้ก่อกบฏตั้งแต่ยุคโบราณหลายยุค เพื่อหวังปลดปล่อยพบกับชีวิตที่ดีขึ้น ตั้งแต่การเกิดกบฏผีบุญ (ผู้มีบุญ) ต้นกรุงรัตนโกสินท์ หลายละลอก ถึงแม้ไม่ประสพความสำเร็จที่ต้องต่อสู้กับคนชนชั้นเดียวกันในสงครามฟันฝ่ารบกับทาสด้วยกัน ท่ามกลางยุคสมัยที่ยุคระบอบการผลิตทุนนิยมแบ่งบาน วัฒนะธรรมศักดินายังคงจองจำฝังแน่นในสังคไทยทุกวงการอย่างเหนียวแน่น จนมีเพลงลูกทุ่ง  ได้สท้อนพลังการผลิตที่ล้าหลัง ว่า “ทำงานทั้งวันได้พันห้า เดินไปเดินมารับห้าพัน”

นี่เป็นตัวอย่างที่โซ่ตรวนวัฒนะธรรมศักดินาได้พันธนาการพลังการผลิตการพัฒนาสังคมของเราในอดีต  ที่กระแสสังคมนิยมปฏิวัติสังคมโลก พรรคคอมมิวนิสต์ไทย ได้นำพลังปฏิวัติสังคมไทยการต่อสู้ได้รับการหนุนช่วยจากทางสากล ในการต่อสู้จรยุคทำสงครามประชาชนมากกว่า 32  จังหวัด ต้องต่อสู้กับคนไทย คนจนที่ไม่สำนึกทางชนชั้น เสียชีวิตแต่ละปีทั้งสองฝ่ายเป็นจำนวนมาก ในที่สุดต้องยุติลงด้วยความพ่านแพ้หลังเกิดวิกฤติทางสากล สากลสังคมนิยม เกิดวิกฤติศรัทธากองทัพประชาชนไม่ได้รับการหนุนช่วยพึ่งตนเองด้วยการอาศัยการสนับสนุนจากประชาชนคนไทยคนส่วนใหญ่ที่ถูกดองด้วยวัฒนะธรรมศักดินาไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแนวรบใหม่คืนเมืองกลับมาหาหนทางต่อสู้ใหม่ และหลายคนหมดหนทางในไปในการประกอบอาชีพ ได้สยบยอมสวามิภักษ์เป็นส่วนหนึ่งของ พคท.รอ

เมื่อสังคมไทยส่วนใหญ่ดักดานถูกจองจำด้วยวัฒนะธรรมศักดินา มีผู้ที่พยายามหวังชีวิตที่ดีขึ้นได้รับการอุปถัมภ์ ทรยศต่อชนชั้นตนเอง หวังได้เป็นหัวหน้าทาส กดขี่ทาสด้วยกันเองเพื่อรับใช้นายทาสศักดินา หนทางการต่อสู้เพื่อสร้างสังคมที่ดีงาม หนทางที่จับต้องได้ในการก้าวสู่การปกครองประชาธิปไตยหากจะมีโอกาสได้เลือกตั้ง เป็นหนทางที่จะได้สำแดงพลังเสรีชนในการที่จะได้เปลี่ยนวิถีชีวิต ให้หลุดพ้นจากการปกครองเผด็จการ โบราณ + เผด็จการทหาร ขอให้สลัดซากเดนความคิดวัฒนะธรรมศักดินาให้พ้นจากสมอง   เดินเข้าคูหาเพื่อพิชิตโค่นล้มเผด็จการ ในโอกาสที่เปิดให้ ให้พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยชนะมีเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น และร่วมพลังขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องปลดโซ่ตรวนเผด็จการ

เครดิตร : พลังชน

No comments:

Post a Comment

เอาล่ะสิ'กอร์ปศักดิ์'แฉ 5 ปีรัฐบาลคสช.สร้างหนี้ 2 ล้านล้านบาท!

เอาล่ะสิ'กอร์ปศักดิ์'แฉ 5 ปีรัฐบาลคสช.สร้างหนี้ 2 ล้านล้านบาท! 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 10:14 น.         10 ก.ค.62 - นายกอร์ปศักดิ์...